..แจ้งข่าว การอัพเดทข้อมูลเว็บไซต์ กรุณาติดตามได้ที่เว็บไซต์ใหม่ www.roiet.go.th/2013..

ยินดีต้อนรับสู่จังหวัดร้อยเอ็ด เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก

เว็บไซต์ จ.ร้อยเอ็ด สามารถแสดงผลดีที่สุดที่ resolution 1024x768 ด้วยบราวเซอร์ Firefox,Google Chrome

4. ด้านเศรษฐกิจ PDF Print E-mail
ข้อมูลสภาพทั่วไปของจังหวัด

4. ด้านเศรษฐกิจ

   4.1 รายได้ของประชากร :
   โครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดร้อยเอ็ด ขึ้นอยู่กับภาคการค้าส่งและการค้าปลีก ภาคการเกษตรกรรม และภาคการศึกษา เป็นสำคัญ โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด (GPP) ปี 2551 จำนวน 49,564 ล้านบาท จัดเป็นลำดับที่ 6 ของภาค และลำดับที่ 38 ของประเทศ มีรายได้ประชากรตามผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) ปี 2551 จำนวน 36,702 บาท/คน จัดเป็นลำดับที่ 9 ของภาค และลำดับที่ 66 ของประเทศ

   4.2 ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. (23,000 บาท/คน/ปี) : จากการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ปี 2552 จังหวัดร้อยเอ็ดมีจำนวนครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. (23,000 บาทต่อคนต่อปี) จำนวน 2,556 ครัวเรือน และมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี จำนวน 47,185.23 บาท/คน/ปี จัดเป็นลำดับที่ 2 ของภาค และลำดับที่ 38 ของประเทศ

   4.3 ผลิตผลทางการเกษตร 
- ข้าว ในปีการเพาะปลูก 2552/2553 มีพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวและข้าวเจ้า รวมทั้งสิ้น 3,083,554 ไร่ แยกเป็น (ข้าวเจ้า 2,089,876 ไร่ ข้าวเหนียว 993,678 ไร่) โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ (ขาวดอกมะลิ 105 และ กข15) ที่สำคัญของจังหวัดในเขตพื้นที่อำเภอเกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ โพนทราย และปทุมรัตต์ และมีพื้นที่ในการปลูกข้าวเหนียว (กข6) ที่สำคัญของจังหวัดจะปลูกในพื้นที่อำเภอโพนทอง อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอหนองพอก อำเภอเสลภูมิ และอำเภอจตุรพักตรพิมาน

      สำหรับข้าวหอมมะลิที่เป็นที่รู้จักและยอมรับกันโดยทั่วไป เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและ
ต่างประเทศ คือ "ข้าวหอมมะลิที่เป็นผลผลิตจากทุ่งกุลาร้องไห้" ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่สำคัญและแตกต่างไปจากข้าวหอมมะลิที่ผลิตจากแหล่งปลูกอื่นๆ ได้แก่ ความหอม ซึ่งมีผลมาจากลักษณะทางกายภาพของดินที่มีลักษณะเป็นดินทรายและมีความเค็มที่พอเหมาะกับข้าวพันธุ์นี้ ความเรียวงาม ซึ่งมีผลมาจากสภาพของภูมิศาสตร์ของน้ำและแสงแดดที่เหมาะสม ทำให้ได้เมล็ดข้าวที่เรียวงามพอเหมาะน่ามารับประทาน และความอ่อนนุ่ม ซึ่งเป็นผลมาจากลักษณะพิเศษของข้าวหอมมะลิโดยทั่วไป ทำให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภค

       พื้นที่ในทุ่งกุลาร้องไห้มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 2,107,690 ไร่ อาณาเขตครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ ศรีสะเกษ และยโสธร โดยจังหวัดร้อยเอ็ดมีพื้นที่มากที่สุด 986,807 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 46.82 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ ทั้งหมด ใช้เป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ 756,511 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 76.66 โดยแยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้
(1) จังหวัดร้อยเอ็ด (อำเภอเกษตรวิสัย / อำเภอสุวรรณภูมิ / อำเภอปทุมรัตต์ / อำเภอโพนทราย / อำเภอหนองฮี) มีพื้นที่ 986,807 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 46.82 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ
(2) จังหวัดสุรินทร์ (อำเภอท่าตูม / อำเภอชุมพลบุรี) มีพื้นที่ 575,993 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 27.3 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ
(3) จังหวัดศรีสะเกษ (อำเภอราษีไศล / กิ่งอำเภอศิลาลาด) มีพื้นที่ 287,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 13.6 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ
(4) จังหวัดมหาสารคาม (อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย) มีพื้นที่ 193,890 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 9.2 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ
(5) จังหวัดยโสธร (อำเภอมหาชนะชัย / อ.ค้อวัง) มีพื้นที่ 64,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.1 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ

   - พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ : พื้นที่เพาะปลูกอ้อย 63,208 ไร่ ผลผลิต 625,449 ตัน (แหล่งปลูกที่สำคัญ คือ อำเภอโพนทอง อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอหนองพอก อำเภอเสลภูมิ) / พื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง 51,672 ไร่ ผลผลิต 189,687 ตัน (แหล่งปลูกที่สำคัญ คือ อำเภอโพนทอง อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอหนองพอก อำเภอเมยวดี) / พื้นที่เพาะปลูกยางพารา 35,154 ไร่ ผลผลิต 1,209 ตัน (แหล่งปลูกที่สำคัญ คือ อำเภอโพนทอง อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอเสลภูมิ อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภออาจสามารถ) / พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดหวาน 1,642 ไร่ ผลผลิต 2,077 ตัน / พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดฝักสด 1,117 ไร่ ผลผลิต 1,410 ตัน / พื้นที่เพาะปลูกถั่วลิสง 4,219 ไร่ ผลผลิต 1,074 ตัน / พื้นที่เพาะปลูกยาสูบพันธุ์เตอร์ลิส 43,425 ไร่ ผลผลิต 7,633 ตัน / พื้นที่เพาะปลูกแตงโมเนื้อ 4,924 ไร่ ผลผลิต 16,190 ตัน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ เช่น งาดำ 2,752 ไร่ / ต้นกก 316 ไร่
4.4 การท่องเที่ยว : มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล บึงพลาญชัย
บึงเกลือ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด วนอุทยานผาน้ำย้อย สวนพฤษศาสตร์และวรรณคดี กู่กาสิงห์ บ่อพันขัน เป็นต้น

   4.5 โรงงาน : จำนวนทั้งสิ้น 427 โรง เงินทุน 6,551.061 ล้านบาท มีการจ้างงาน 8,333 คน
จำแนกเป็น
- ขนาดเล็ก (เงินทุนน้อยกว่า 10 ล้านบาท) จำนวน 347 โรง
- ขนาดกลาง (เงินทุนตั้งแต่ 10 - 100 ล้านบาท) จำนวน 68 โรง
- ขนาดใหญ่ (เงินทุน 100 ล้านบาทขึ้นไป) จำนวน 12 โรง

   4.6 โรงแรม : จำนวน 65 แห่ง แยกเป็น ระดับ 3 ดาว 2 แห่ง (โรงแรมร้อยเอ็ดซิตี้ และโรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น) / ระดับ 2 ดาว 3 แห่ง (โรงแรมร่มอินทนิล โรงแรมสาเกตุนคร และโรงแรมไหมไทย)
4.7 ผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น (OTOP) : จังหวัดร้อยเอ็ด มีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดสรร OTOP Product Champion ระดับ 4 - 5 ดาว จำนวน 34 ผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ที่ดีเด่นที่สุด คือ ผ้าไหม ข้าวหอมมะลิ ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ เครื่องจักสาน เช่น มวยนึ่งข้าว กระติบข้าว