ประวัติความเป็นมาของข้าวหอมมะลิจังหวัดร้อยเอ็ด
ทุ่งกุลาร้องไห้ ในอดีตเคยมีตำนานเล่าขานที่บ่งบอกถึงท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ไพศาล มีความแห้งแล้ง มองสุดลูกหูลูกตา จำนวนเนื้อที่กว่า 2.1 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด คือ สุรินทร์, ศรีสะเกษ, ยโสธร, มหาสารคาม และร้อยเอ็ด ซึ่งร้อยละ 77 หรือประมาณ 9.7 แสนไร่ของทุ่งกุลาร้องไห้อยู่ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ในปัจจุบันท้องทุ่งที่เคยแห้งแล้งแห่งนี้ กลับเต็มไปด้วยความสดใส สีทองเหลืองอร่ามทั่วท้องทุ่ง เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงที่สุดในโลกไป แล้ว
ประวัติข้าวขาวดอกมะลิ 105 ในจังหวัดร้อยเอ็ด
"



คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตร ได้ออกประกาศรับรองพันธุ์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2502 โดยตั้งชื่อสายพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 4 - 2 - 105 และในปีพ.ศ. 2503 กรมการข้าวได้ส่งมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ ให้กับสถานีทดลองข้าวที่ประจำอยู่ภาคต่าง ๆ ในประเทศไทยเพื่อนำไปทดลองปลูกและขยายพันธุ์
พ.ศ. 2504 สถานีทดลองข้าวสุรินทร์ ได้เริ่มกระจายเมล็ดพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ไปยังแปลงนาของ เกษตรกร โดยมีพนักงานข้าวอำเภอเป็นผู้แนะนำและจัดจำหน่าย แก่เกษตรกรและผู้สนใจซึ่งก็มีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ข้าราชการครูในพื้นที่นำไปปลูกในแปลงนาของตนเอง ราคาเมล็ดพันธุ์ถุงละ 5 บาท ( หนึ่งถุงมีน้ำหนัก 5 กิโลกรัม ) ในช่วงเวลาดังกล่าวข้าวขาวดอกมะลิ 105 จากสถานีทดลองข้าวสุรินทร์ ก็ได้เริ่มขยายเข้ามายังจังหวัดร้อยเอ็ด โดยผ่านเข้าสู่เขตทุ่งกุลาร้องไห้ในพื้นที่อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอเกษตรวิสัย และพื้นที่ใกล้เคียง ผลผลิตข้าวขาวดอกมะลิที่เกษตรกรทำการเก็บเกี่ยวและนำมาหุงกินในครัวเรือน พบว่าข้าวสุกมีลักษณะเมล็ดยาวสวย มีความนุ่มลิ้น รสชาดอร่อย มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นดอกมะลิ ทำให้เป็นที่ยอมรับของเกษตรกรและผู้บริโภค ส่งผลให้มีการขยายพื้นที่ปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105ครอบคลุมไปยังทั้ง 20 อำเภอในจังหวัดร้อยเอ็ด ในเวลาต่อมา โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนผ่าน โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โครงการส่งเสริมการใช้พันธุ์ดี ของกรมส่งเสริมการเกษตร
ขอบคุณข้อมูลจาก...
สำนักงานเกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด
![]() |
|