ประชาชนทุกคนมีสิทธิขอดู ตรวจดู สำเนาข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐหรือไม่?
กฏหมายข้อมูลข่าวสารของราชการได้ให้สิทธิอย่างมากกับประชาชนในการขอข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐ
โดยกำหนดให้ประชาชนผู้ใดก็ได้ไม่จำเป็น
ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย สามารถใช้สิทธิขอดู ขอตรวจดูและขอสำเนาข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐได้ยกเว้นข้อมูลข่าวสารบางประเภทที่กฏหมายกำหนด
ให้หน่วยงานของรัฐอาจไม่เปิดเผยก็ได้
ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
ของราชการได้อย่างไร?
กฏหมายข้อมูลข่าวสารของราชการได้มีข้อกำหนดให้หน่วยงานของรับทุกแห่งต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้ทราบโดยวิธีการ และรูปแบบต่างๆดังนี้
1. นำข้อมูลข่าวสารตามที่กฏหมายกำหนดลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เช่น ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโตรงสร้างและการจัดองค์กร สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีดำเนินการเป็นต้น
2.นำข้อมูลข่าวสารตามที่กฏหมายกำหนดมารวบรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้โดยสะดวกเช่น ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายแผนงานโครงการ
และงบประมาณของหน่วยงานของรัฐ สัญญาสัมปทานสัญญาที่มัลักษณะผูกขาดตัดตอน เป็นต้น
3. ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้ตามที่ประชาชนได้มีคำขอนอกจากที่ข้อมูลข่าวสารที่เข้าข้อยกเว้นไม่ต้องเปิดเผย เช่น ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความ
เสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือความมั่นคงของประเทศในทางเศรษฐกิจหรือการคลัง เป็นต้น
ถ้าประชาชนไปขอข้อมูลข่าวสาร
และหน่วยงานของรัฐนิ่งเฉย
หรือปฏิเสธไม่เปิดเผย หรือปฏิเสธว่า
ไม่มีข้อมูลข่างสารตามที่ขอ
ประชาชนจะมีสิทธิดำเนินการอย่างไร?
ในกรณีที่ไปขอข้อมูลข่าวสารแล้วหน่วยงานของรัฐนิ่งเฉย หรือปฏิเสธไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร หรือปฏิเสธว่าไม่มีข้อมูลข่าวสารตามคำขอกฏหมาย
ข้อมูลข่าวสารของราชการได้ กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิร้องเรียนหรืออุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้ มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540บัญญัติไว้ดังนี้
มาตรา 9 ภายใต้บังคับมาตรา 14 และมาตรา 15 หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์เละวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
1.) ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน รวมทั้งความเห็นแย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว
2.) นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 (4)
3.) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ
4.) คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีผลกระทบถึงสิทธิหน้าที่ของเอกชน
5.) สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างอิงถึงตามมาตรา 7 วรรคสอง
6.) สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ
7.) มติคณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฏหมาย หรือโดยมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ให้ระบุรายชื่อรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง
หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการพิจารณาไว้ด้วย
8.) ข้อมูลข่าวสารอี่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดูขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้อง ของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่งได้ ในกรณีที่สมควรหน่วยงานของรัฐโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ จะวางหลักเกณฑ์เรียกค่าธรรมเนียมในการนั้นก็ได้ ในการนี้ให้คำนึงถึงการช่วยเหลือ ผู้มีรายได้น้อยประกอบด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่จะมีกฏหมายเฉพาะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
คนต่างด้าวจะมีสิทธิตามมาตรานี้เพียงใดให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยกฏกระทรวง
ประชาชนสามารถร้องเรียนหรืออุทธรณ์การปฏิบัติตามกฏหมายข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐได้อย่างไร?
ประชาชนสามารถส่งเรื่องร้องเรียนหรืออุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการซึ่งสามารถดำเนินการได้โดย ส่งเป็นจดหมายหรือไปด้วยตนเองที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
"เพิ่มความโปร่งใส สร้างควมมั่นใจ ราชการไทย พร้อมให้ข้อมูล"
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด ชั้น 2 อาคาร 5 ชั้น ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 โทร 0-43519165 www.roiet.go.th

การให้ประชาชนมีโอกาสกว้างขวางในการได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การดำเนินงานต่างๆ ของรัฐเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่ ประชาชนจะ ได้สามารถแสดงความคิดเห็นและ ใช้สิทธิทางการเมืองได้โดยถูกต้องตรง ตามความเป็นจริงอันจะเป็นการส่งเสริมให้รัฐบาล มีการบริหารที่มีประสทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปเพื่อประชาชนมากยิ่งขึ้น
|
|||
![]() |
|||