ผมมีธุระที่ อบต.สีแก้ว ไปมาก็หลายครั้ง ไม่เคยได้ติดเอากล้องไปซักที
แต่คราวนี้นึกอย่างไรไม่ทราบ เอากล้องติดไปด้วยแถมติดไปเฉพาะเลนส์ตาปลา
ออกจากในเมืองขับรถไปทางมหาสารคาม แต่เลยทางเลี้ยวเข้า ต.สีแก้ว เพราะเขากำลังทำทางอยู่จำปากทางไม่ได้
แต่พอไปถึงโกดังพักสินค้าของ บ.ไวไว นึกขึ้นได้ว่าเลยมาแล้ว
ก็เลยกลับรถ บังเอิญว่าตรงที่ผมกลับรถมีป้ายเขียนไว้ว่า วัดพระธาตุสีแก้ว
ผมลืมไปเลยว่าตำบลนี้มีพระธาตุด้วย เสร็จธุระต้องแวะไหว้พระธาตุซักหน่อย
หลังจากเสร็จธุระถามคนแถวนั้นบอกว่าไปอีกแค่ 200 เมตรก็ถึง
พอไปถึงวัดก็พอดีมีหลวงตาชราองค์หนึ่งนั่งอยู่แถวๆนั้น เลยเข้าไปกราบ
ท่านก็เมตตาเล่าให้ฟัง ก่อนพระธาตุล่ม ( 8 สิงหาคม 2547 )
ทุกวันพระ วันสำคัญ เวลาตี 3 จะมีแก้วมีแสง 2 ดวงลอยมาจากทางทิศตะวันออกอยู่เป็นประจำ
จนพระธาตุล่มแล้วก็เลยไม่มีใครพบอีกเลย แม้จะมีการบูรณะใหม่ก็ตาม
หลังจากนั้นผมก็เดินไปไหว้พระธาตุ รอบๆองค์พระธาตุไม่มีคนเลยมีผมอยู่คนเดียว บรรยากาศสงบมาก
ผมก็เริ่มทำสมาธิไหว้ขอพรทั่วๆไป
ก่อนจบก็อธิฎฐานว่าผมขอถ่ายภาพ ขอให้ได้ภาพสวยๆ จะเอาไปเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รู้จัก
ซักพัก อากาศก็เย็นวูป แสงแดดที่แรงๆเงาคอนทราสจัดๆ ก็กลายเป็นแสงที่สว่างไปทั่วแต่ไม่มีเงาจัด
พอยกกล้องขึ้นจะถ่ายภาพก็ขนลุก
มีพระอาทิตย์ทรงกรด บนยอดพระธาตุ
ผมเก็บภาพไปเรื่อยๆ พระอาทิตย์ทรงกรดก็ยังมีอยู่จนผมถ่ายภาพเสร็จเก็บอุปกรณ์
แดดก็เริ่มจัดพระอาทิตย์ทรงกรดก็หายไป
